ชื่อของยา

ชื่อของยา
ในการผลิตยานั้น องค์การอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ต้องมีชื่อของยาบนกล่องยาหรือฉลากยา 3 ประเภทคือ

 1.ชื่อทางเคมี
เป็นชื่อที่บอกถึงสารประกอบทางเคมีที่ใช้ทำเป็นยา ชื่อทางเคมีมักจะเป็นชื่อที่ยาวและอ่านยาก เช่น (4,4'-diacetoxy-diphenyl-2)-methane หรือ 4,4'-(2-pyridyl-methylene) bisphenol diacetate เป็นชื่อทางเคมีของยาบิสอะโคดิล ที่ใช้รักษาอาการท้องผูก หรืออะเซติลซาลิซัยลิกแอซิด เป็นชื่อทางเคมีของพาราเซตามอล เป็นต้น

2.ชื่อสามัญทางยา
ชื่อสามัญทางยาหรืออาจเรียกอีกอย่างว่า "ชื่อเจเนอริก" เป็นชื่อที่จะระบุว่ายานั้นๆประกอบด้วยตัวยาอะไร หรือเป็นชื่อที่แสดงถึงแหล่งที่มาของยา เช่น พาราเซตามอล ที่ใช้ระงับอาการปวดและลดไข้ หรือทิงเจอร์ฝิ่น ที่ใช้ระงับอาการท้องเดิน เป็นชื่อสามัญทางยาที่ระบุแหล่งที่มาว่าเป็นยาที่สกัดมาจากสารประเภทฝิ่น เป็นต้น

3.ชื่อการค้า
ชื่อการค้ามักจะเป็นชื่อที่อ่านง่าย จำง่าย ตั้งขึ้นโดยบริษัทผู้ผลิตยาที่ได้นำสารเคมีที่เป็นตัวยานั้นๆมาผลิต บางบริษัทได้จดทะเบียนลิขสิทธิ์ชื่อการค้าของเขาไว้ ชื่อการค้าที่จดทะเบียนแล้วจะมีเครื่องหมาย "R" อยู่เหนืออักษรตัวสุดท้ายของชื่อนั้น ซึ่งจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย บริษัทอื่นไม่สามารถใช้ชื่อการค้านั้นได้ บริษัทผู้ผลิตจะทุ่มเทการโฆษณาให้ชื่อการค้าของยาเป็นที่รู้จักของแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไป เพื่อผลทางการตลาด
ตัวยา 1 ตัว มักจะมีชื่อการค้ามากมาย ตามจำนวนบริษัทที่ผลิตยานั้น

 

ในการศึกษาเรื่องยาเราจะศึกษาจากชื่อสามัญทางยามากกว่าศึกษาจากชื่อการค้า เพราะการใช้ชื่อสามัญทางยามีประโยชน์คือ

 1.ทำให้ทราบว่ายาชนิดนั้นๆเป็นยาประเภทใด อยู่กลุ่มใด ใช้สำหรับรักษาโรคหรืออาการใดได้บ้าง
ยา 1 ตัวนั้นสามารถนำไปรักษาโรคหรืออาการได้หลายอาการ หลายอย่าง ขึ้นกับว่าบริษัทใดจะนำคุณสมบัติใดของยานั้นๆไปทำตลาด การที่เราดูข้อบ่งใช้ของยาจากฉลากยาอย่างเดียวโดยไม่ทราบถึงตัวยาและกลุ่มของยา จะทำให้เราเกิดความผิดพลาดจากการใช้ยาได้มาก

 2.ทำให้ทราบกลไกการออกฤทธิ์ของยาตลอดจนผลข้างเคียงจากการใช้ยาที่ชัดเจน รู้จักความแตกต่างของยาแต่ละชนิดที่อาจมีข้อบ่งใช้เหมือนกันได้ถูกต้อง ทำให้การใช้ยาเป็นไปอย่างเหมาะสม

 3.ช่วยลดปริมาณการจำ เพราะชื่องสามัญทางยา 1 ตัว จะมีชื่อการค้ามากมาย ทำให้เราอาจสับสนถ้าศึกษายาจากชื่อการค้า

 4.ทำให้การบริหารสต็อกยามีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดปัญหาการมียาซ้ำซ้อน

อย่างไรก็ตาม ชื่อสามัญทางยามักเป็นชื่อที่ยาวและจำได้ยาก จึงไม่ค่อยมีคนนิยมเรียก แต่หากเราพยายามเรียนรู้และใช้ชื่อสามัญทางยาอย่างสม่ำเสมอ เราจะจำได้ไม่ยากและจะพบว่ายาที่ใช้อยู่นั้นมีไม่กี่ชนิด แต่ได้มีการนำตัวยามาผลิตจำหน่ายในรูปเภสัชภัณฑ์ต่างๆ โดยมีชื่อการค้าแตกต่างกันมากมาย แต่ข้อบ่งใช้ทางการแพทย์มักจะไม่แตกต่างกัน

ที่มา: คู่มือร้านยา ความรู้เรื่องยาเบื้องต้น และแนวทางการซักถามเพื่อให้การรักษาขั้นต้น โดย จิรัชฌา อุดมชัยสกุล

 

 < Back 

 <<< กลับสู่หน้าหลัก 

Visitors: 100,546,493