อย.คุมเข้มยา Tramadol ป้องกันการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

อย. คุมเข้มยา Tramadol ป้องกันการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์


เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2556 นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
เปิดเผยต่อสื่อมวลชนภายหลังการประชุมหารือกรณียาทรามาดอลว่า จากกรณีที่มีเด็กนักเรียนนำยาทรามาดอล
ไปใช้ในทางที่ผิดจนได้รับอันตรายนั้น อย.ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเท่าที่ผ่านมาได้มีการเผ้าระวังในร้านขายยามาอย่างต่อเนื่อง
และในวันนี้ อย. ได้จัดประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สภาเภสัชกรรม สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย)
สมาคมร้านขายยา ชมรมร้านขายยาแห่งประเทศไทย และผู้รับอนุญาตผลิต/ นำเข้า เพื่อกำหนดมาตรการแนวทางในการปฏิบัติ
สำหรับผู้รับอนุญาต และเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการในการควบคุมยาที่มีความเสี่ยงสูง ให้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย โดยจำกัด
ปริมาณการจำหน่ายจากผู้ผลิตไปยังร้านขายยาไม่เกิน 1,000 เม็ด/แห่ง/เดือน และจำกัดการขายจากร้านขายยาไม่ควรจ่ายยา
เกินครั้งละ 20 เม็ด และห้ามจำหน่ายยาทรามาดอลให้แก่เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 17 ปี หรือผู้ที่ไม่มีข้อบ่งใช้ทางการแพทย์
เพื่อป้องกันการนำยาดังกล่าวไปใช้ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์
นอกจากนี้ อย. ยังได้ขอความร่วมมือจากผู้รับอนุญาต ผลิต นำเข้า และร้านขายยาในการรายงานการจำหน่ายยาทาง
ระบบออนไลน์ (ระบบ FDA reporter) นับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายา 2556 เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศได้เข้ามาใช้ข้อมูล
ในการตรวจสอบร้านขายยาที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อไป และขอความร่วมมือให้จำหน่ายให้กับร้านขายยาเฉพาะที่มีใบสั่ง
ที่ลงนามโดยเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ สำหรับมาตรการระยะยาว อย. จะมีการหารืออีกครั้ง เพื่อพิจารณายกระดับการควบคุม
ยาทรามาดอล โดยในเร็ววันนี้ อย. จะจัดประชุมหารือผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้เชี่ยวชายด้านการแพทย์ เภสัชกรรม นักวิชาการ ผู้ปกครอง
เด็ก ผู้ประกอบการยา และสื่อมวลชน เพื่อระดมสมองหาแนวทางในการป้องกันและควบคุมการใช้ยาทรามาดอลต่อไป
เลขาธิการ อย. กล่าวว่า เนื่องจากยาทรามาดอล (Tramadol) จัดประเภทเป็น "ยาอันตราย" กำหนดให้จำหน่ายในร้าน
ขายยาแผนปัจจุบันที่ได้รับอนุญาตและต้องส่งมอบยาโดยเภสัชกร โดยผู้รับอนุญาตขายยาและเภสัชกรต้องร่วมกันจัดทำบัญชีการซื้อ
ขายที่ถูกต้อง เป็นจริง และเป็นปัจจุบัน สำหรับเภสัชกรจะต้องส่งมอบยาตามจรรยาบรรณวิชาชีพ โดยไม่จ่ายยาให้กับผู้ที่ไม่มีข้อบ่งใช้
ทางการแพทย์ และจ่ายในปริมาณที่เหมาะสมไม่เกิน 20 เม็ด/ครั้ง เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย เพื่อป้องกันการนำยาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
เนื่องจากยากลุ่มนี้อาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียงสูง ได้แก่ ทำให้มีอารมณ์แปรปรวน, มึนงง, เคลิ้ม, เฉื่อยชา ที่สำคัญหากได้รับยาเกินขนาด
จะทำให้เกิดภาวะอื่นๆตามมา เช่น รูม่านตาหด, ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานล้มเหลว, ชัก, ระบบการหายใจทำงานช้าลงจนอาจ
ถึงขั้นหยุดหายใจได้ อาจทำให้ช็อกถึงแก่ชีวิตได้
ทั้งนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎหมาย รวมทั้งพิจารณาพักใช้ใบอนุญาตขายยาต่อไป กรณีเภสัชกรไม่ปฏิบัติตาม
จรรยาบรรณวิชาชีพจะส่งเรื่องให้สภาเภสัชกรรมพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพต่อไป
พร้อมกันนี้ ขอให้ผู้ปกครองและประชาชนผู้บริโภคช่วยกันเป็นหูเป็นตาหากพบร้านขายยาใดๆขายยาทรามาดอล
ให้แก่เยาวชน หรือขายยาดังกล่าวโดยไม่มีเภสัชกรประจำร้าน ขอให้ร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน อย. 1556 หรืออีเมล์ :
1556@fda.moph.go.th หรือส่งจดหมายไปที่ ตู้ปณ. 1556 ปณฝ.กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือเดินทางมาร้องเรียนด้วยตัวเอง
พร้อมตัวอย่างผลิตภัณฑ์มาที่ศูนย์เฝ้าระวังและรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ อย. ได้ทุกวัน ในเวลาราชการ เพื่อ อย. จะได้
ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ด้าน ภก.กิตติ พิทักษ์นิตินันท์ นายกสภาเภสัชกรรม กล่าวว่า สภาเภสัชกรรมได้กำชับเภสัชกรให้คำนึงถึงความปลอดภัย
ของประชาชน โดยการจ่ายยาต้องกระทำตามความจำเป็นและข้อบ่งชี้ อีกทั้งต้องให้คำแนะนำอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งติดตามความปลอดภัย
ในการใช้ยา หากมีปัญหาก็ต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบด้วย สำหรับกรณีการจำหน่ายยาดังกล่าว จะมีการนำเรื่องมาพิจารณาเพื่อดำเนินการ
เพิกถอนใบอนุญาตต่อไป ที่ผ่านมาในกลุ่มยาอันตรายที่อาจมีผลกระทบต่อประชาชน และเสี่ยงนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ทางสภา
เภสัชกรรมได้ติดตามอย่างต่อเนื่องและเพิกถอนใบอนุญาตเภสัชกรที่มีพฤติกรรมเสี่ยงด้วย

***ที่มาของข้อมูล: PHARMATIME ปีที่10 ฉบับที่103 ก.ย.-ต.ค.2556, สกู๊ปปก, หน้า17-18.

Visitors: 100,546,492